ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ วศินพงศ์ธนัช ผกก.สภ.เชียงของ, พ.ต.ท.สุวีระ รักษาพันธ์ รอง.ผกก.สส.สภ.เชียงของ
เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม
ชุดสืบสวน สภ.เชียงของ จ.เชียงราย นำโดย พ.ต.ท.ปราโมทย์ บุญตันบุตร สว.สส.สภ.เชียงของ, ร.ต.อ.อนุพงษ์ คำปันแปง รองสว.สส.สภ.เชียงของ,ร.ต.ท.ไวพจน์ อินต๊ะเสน เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หมายเลขบัตร 6801200, ด.ต.นิรันดร์ ก่อเกิด, ด.ต.ปราโมทย์ จูงใจ , จ.ส.ต.ธนาวิน ปุ๊ดจักร์ ,
เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ส.รน.2 กก.12 บก.รน. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ชัยสาคร สว.ส.รน.2 กก.12 บก.รน. ด.ต.เดชา จุฬาเพ็ชร์,ส.ต.อ.ไวพจน์ เทพา,ส.ต.อ.อนุพันธ์ ป้อมบู่, ส.ต.ต.ณัฐวัฒน์ บุญชู
ได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน
นายหนู มาฤทธิ์ อายุ 67 ปี หมายเลขประจำตัวประชาชน 3-5708-00418-20-4
ที่อยู่ 161 หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
พร้อมด้วยของกลาง
อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก็ป) จำนวน 1 กระบอก พบพิงอยู่ข้างฝา ในกระท่อมไม่มีเลขที่ดังกล่าว
โดยกล่าวหาว่า
มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
พฤติการณ์ในการจับกุม
วันนี้ (6 เมษายน 2569 ) เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนามเพื่อขอรับเงินรางวัลสินบนนำจับ) แจ้งว่าพบบุคคลที่มีพฤติการณ์ใช้อาวุธปืนในการล่าสัตว์ บริเวณกลางสวนยางพา ท้ายหมู่บ้านร่องห้า ม.6 ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้ร่วมกันวางแผนบูรณาการกำลังกันออกตรวจสอบ ตามบริเวณที่ได้รับแจ้ง ต่อมาเวลาประมาณ 13.45 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณสวนยางพาราดังกล่าว พบ นายหนู มาฤทธิ์ (ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลัง) ยืนอยู่ใกล้กับกระท่อมไม่มีเลขที่กลางสวนยางพารา ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย ร.ต.ท.ไวพจน์ อินต๊ะเสน เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หมายเลขบัตร 6801200 ได้ สอบถามพูดคุย นายหนู มาฤทธิ์ เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ มีอาการลุกลี้ลุกลน แล้วยอมรับว่ากระท่อมดังกล่าวเป็นของตนเองและรับว่าตนเองมีอาวุธปืนอยู่ภายในกระท่อม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสังเกตลักษณะอาการมีพิรุธ จึงเป็นเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา92(4) เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้ เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรืออาจจะเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิด ได้ซ่อนอยู่ในนั้น ประกอบทั้งต้องมีเหตุอันสมควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ สิ่งนั้นอาจถูกโยกย้าย หรือถูกทำลายเสียก่อน โดยนายหนู มาฤทธิ์ เป็นผู้นำการตรวจค้นโดยความยินยอมและสมัครใจ และก่อนทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ ทุกนายได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้นายหนู มาฤทธิ์ ดูจนเป็นที่พอใจ จึงเริ่มทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก็ป) จำนวน 1 กระบอก พบพิงอยู่ข้างฝาภายในกระท่อมดังกล่าว ผู้ต้องหารับว่าอาวุธปืนของกลางดังกล่าวเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ ผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิเป็นอย่างดีแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางมายังที่ทำการ สภ.เชียงของ เพื่อจัดทำบันทึกจับกุมและควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงของ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป